Health

  • ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว อาจไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้อง
    ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว อาจไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้อง

    เมื่อการดื่มน้ำวันล่ะ 8 แก้ว อาจจะมากเกินไป สำหรับคนส่วนใหญ่

    หลายคนคงเคยได้ยินได้เห็น คำแนะนำเพื่อสุขภาพ ที่ยอมรับกันมาอย่างยาวนาน อย่างประโยคที่ว่า “เราควรดื่มน้ำที่สะอาด วันล่ะ 8 แก้ว เป็นอย่างน้อย” ซึ่งประโยคดังกล่าว อาจไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้องเสมอไป ในทางวิทยาศาสตร์ โดยล่าสุดได้มีผลงานวิจัยออกมาว่า ร่างกายมนุษย์ และสภาพความเป็นอยุ่ของคนส่วนใหญ่นั้น

    ทำให้ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำ เป็นจำนวณมากถึง 2 ลิตรต่อวันอีกต่อไป ผลการทดลอง ขนาดใหญ่ ที่ได้ลงตีพิมพ์ ในวารสาร Science โดยคณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ โดยกลุ่มตัวอย่าง 5,604 คน ใน 23 ประเทศ ช่วงอายุุตั้งแต่ 9 วัน ถึง 90 ปี ได้ข้อสรุปว่า ร่างกายมนุษย์นั้น มีความต้องการน้ำ ในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป โดยทั่วไป ดื่มเพียงวันละ 1.5 – 1.8 ลิตรเท่านั้น

    ศาสตราจารย์ โยสุเกะ ยามาดะ หนึ่งในทีมผู้วิจัยจากสถาบันนวัตกรรมชีวการแพทย์แห่งชาติญี่ปุ่น กล่าวอธิบายว่า “ที่มาของคำแนะนำให้ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว หรือ 2 ลิตร ไม่มีความชัดเจน ทั้งยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดที่รับรองความถูกต้อง เป็นไปได้ว่าผู้ให้คำแนะนำดังกล่าว ไม่ได้คำนึงถึงปริมาณน้ำ จำนวนมากที่ร่างกายได้รับจากอาหารอยู่ก่อนแล้ว”

    ดื่มน้ำ

    มีการทดลองให้กลุ่มตัวอย่างดื่มน้ำชนิดพิเศษ

    โดยโมเลกุลของไฮโดรเจนในน้ำถูกแทนที่ด้วยดิวเทอเรียม (deuterium) ซึ่งเป็นไอโซโทปของไฮโดรเจนที่มีความเสถียร เพื่อตรวจวัดปริมาณน้ำที่หมุนเวียนเข้าออกจากร่างกายในแต่ละวัน โดยอัตราการขจัดดิวเทอเรียม ส่วนเกินออกจากร่างกาย จะบ่งบอกถึงอัตราการสูญเสียน้ำ ของแต่ละคนได้

    ผลการทดลองพบว่าความต้องการน้ำของคนเราแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับเพศ, วัย, กิจกรรมที่ทำประจำ, และสภาพสิ่งแวดล้อม โดยคนที่อยู่ในเขตภูมิอากาศร้อนชื้น, คนที่อยู่อาศัยบนภูเขาสูง, นักกีฬา, หญิงมีครรภ์, และแม่ที่กำลังให้นมบุตร เป็นกลุ่มที่มีอัตราการสูญเสียน้ำสูงกว่าผู้อื่นและจำเป็นจะต้องดื่มน้ำมากกว่า

    ปริมาณน้ำดื่มที่ร่างกายต้องการยังลดลงตามวัย โดยทารกแรกเกิดมีอัตราการสูญเสียน้ำมากที่สุดถึง 28% ของร่างกายในแต่ละวัน ทำให้จำเป็นต้องดื่มน้ำนมให้เพียงพอ ส่วนคนชราวัย 90 ปีขึ้นไปนั้น มีอัตราการหมุนเวียนของน้ำในร่างกายเพียง 2.5 ลิตรต่อวัน ทำให้ไม่ต้องดื่มน้ำมากถึง 8 แก้ว ตามคำแนะนำดั้งเดิม

    ศ. ยามาดะกล่าวเสริมว่า “อันที่จริงแล้ว ปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารที่คุณกินเข้าไป หากคุณกินขนมปัง, ไข่, เบคอน เป็นอาหารหลัก ร่างกายจะต้องการน้ำมากกว่าคนที่กินผักสด, เนื้อสด, ปลา, พาสตา, และข้าว” ศ. จอห์น สปีกแมน หนึ่งในสมาชิกทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอาร์เบอร์ดีนของสหราชอาณาจักร

    บอกว่า “แม้การดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว จะไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่การผลิตน้ำดื่มที่สะอาดปลอดภัยนั้นมีค่าใช้จ่ายสูง การบริโภคน้ำดื่มเกินความจำเป็นยังเท่ากับสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุ เช่นในสหราชอาณาจักรเราอาจสูญเสียน้ำไปในการผลิตน้ำดื่มถึงวันละ 20 ล้านลิตรเลยทีเดียว”

    ขอบคุณข้อมูลจาก : bbc.com/thai
    อ่านต่อได้ที่ : vision-ink.com

Economy

  • เก็บภาษีกระเป๋าแบรนด์เนมพุ่งเมื่อเทียบปี 64
    เก็บภาษีกระเป๋าแบรนด์เนมพุ่งเมื่อเทียบปี 64

    เก็บภาษีกระเป๋าแบรนด์เนมพุ่งเมื่อเทียบปี 64

    นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดีกรมศุลกากร และโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 65 กรมจัดเก็บรายได้กว่า 100,000 ล้านบาท สินค้านำเข้าที่จัดเก็บภาษีสูงสุด ได้แก่ รถยนต์นั่ง จัดเก็บได้ 12,871 ล้านบาท ลดลง 12.4% จากปีงบ 64

    ตามด้วยส่วนประกอบยานยนต์ 7,606 ล้านบาท เพิ่ม 15.5% ยารักษาโรค 4,732 ล้านบาท เพิ่ม 9.30% กระเป๋าแบรนด์เนม 3,427 ล้านบาท เพิ่ม 61.8% เครื่องสำอาง 2,699 ล้านบาท เพิ่ม 19.3%

    ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th  สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ :

    ขณะที่สินค้านำเข้าที่มีอัตราจัดเก็บขยายตัวสูงสุดเมื่อเทียบปี 64 ได้แก่ กระเป๋าแบรนด์เนม เพิ่ม 61.8% หรือเพิ่ม 1,309 ล้านบาท ส่วนประกอบยานยนต์ เพิ่ม 15.5% หรือ เพิ่ม 1,021 ล้านบาท เครื่องสำอาง เพิ่ม 19.3% หรือ 437 ล้านบาท ยารักษาโรค เพิ่ม 9.3% หรือ 403 ล้านบาท อุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติของรถยนต์ เพิ่ม 52.7% หรือ 364 ล้านบาท

    “สาเหตุที่จัดเก็บภาษีกระเป๋าแบรนด์เนมได้เพิ่มขึ้นมาก เพราะยังมีกลุ่มคนไทยที่มีเงิน สามารถซื้อกระเป๋าในราคาที่สูงได้ เห็นได้จากร้านค้ากระเป๋าแบรนด์เนม มีประชาชนจำนวนมากยืนต่อแถวเพื่อรอซื้อ ส่วนการลักลอบหรือเลี่ยงภาษี ด้วยการนำเข้าผ่านสนามบินสุวรรณภูมินั้น ยังตรวจไม่พบ เพราะการเดินทางไปต่างประเทศยังมีข้อจำกัด แต่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดผ่านเครื่องเอกซเรย์เพื่อตรวจจับการลับลอบการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย และสินค้าที่หลีกเลี่ยงการเสียภาษี ทำให้การเลี่ยงภาษีสินค้าแบรนด์ลดลง”.

    ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th

    สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : vision-ink.com